PANELS

PATH FORWARD FOR DOCUMENTARIES

เรามองเห็นภาพอนาคตของภาพยนตร์สารคดีในแถบอาเซียนเป็นอย่างไร? ในการเสวนาหัวข้อ Path Forward for Documentaries นี้ ผู้ร่วมเข้างานจะได้รับฟังประสบการณ์ด้านการทำงานในแวดวงภาพยนตร์สารคดีจากผู้ร่วมอภิปรายที่มีประสบการณ์โดยตรง ทั้งด้านแนวคิดของการเป็นผู้กำกับ การผลิตและการเผยแพร่ผลงาน โดยเฉพาะประเด็นการทำงานบนพื้นที่สื่อ online ที่ส่งผลถึงการบาลานซ์ในเชิงศิลปะและด้านการสร้างความเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม เวลา 11:00 - 13:00 น.

ห้องประชุมใหญ่

ดำเนินกิจกรรมเป็นภาษาอังกฤษพร้อมการแปลภาษาไทย

PANELISTS

Jewel MARANAN

Kavich NEANG

Puangsoi AKSORNSAWANG

Jewel MARANAN

— ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีจากฟิลิปปินส์ ในปี พ.ศ.2551 เธอเริ่มต้นการทำสารคดีอิสระโดยเจาะประเด็นขัดแย้งในกรุงมะนิลา หลังจากนั้นเธอเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการร่วมพัฒนาโครงการ DocNet ในการสนับสนุนและผลักดันภาพยนตร์สารคดี ซึ่งร่วมมือกับสถาบัน Goethe ในแถบอาเซียน ปัจจุบัน Jewel รัน Cinema Is Incomplete ซึ่งเป็นทั้งโรงภาพยนตร์อิสระ ศูนย์กลางการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ รวมถึงบริษัทผลิตภาพยนตร์ที่เธอจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2554

Kavich NEANG

— ศึกษาวิชาการดนตรีและการเต้นก่อนที่จะจบการศึกษาด้านการออกแบบเมื่อปี พ.ศ. 2546 ในปี พ.ศ. 2553 เขาได้กำกับภาพยนตร์สั้นเรื่องแรกชื่อ A Scale Boy เกิดขึ้นในระหว่างที่ได้เข้าร่วมเวิร์คช็อปการทำภาพยนตร์สารคดีโดย Rithy Panh ผู้ซึ่งกลายมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ภาพยนตร์สารคดีของ Kavich เรื่อง Where I Go ในเวลาต่อมา ในปี พ.ศ. 2557 Kavich ได้ร่วมก่อตั้งบริษัทผลิตภาพยนตร์อิสระในกัมพูชาชื่อ Anti-Archive โดยงานล่าสุดของเขา Last Night I Saw You Smiling ภาพยนตร์สารคดีขนาดยาวได้เปิดตัวฉายครั้งแรกที่ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติร็อตเตอร์ดัมในปีนี้ และกำลังเดินทางฉายในเทศกาลทั่วโลก

Puangsoi AKSORNSAWANG

— จบการศึกษาจากภาควิชาภาพยนตร์และภาพนิ่ง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2557 พวงสร้อยได้รับทุน DAAD (German Academic Exchange Service) เพื่อไปศึกษาปริญญาโทต่อด้านศิลปะที่มหาวิทยาลัยศิลปะฮัมบวร์ค ประเทศเยอรมนี นคร-สวรรค์ เป็นภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของเธอซึ่งเปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซานในปี พ.ศ. 2562 ปัจจุบันพวงสร้อยอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ทำงานเป็นผู้กำกับ และนักเขียน

THE FEMALE CINEMATOGRAPHER’S EYE

ผู้หญิงสามารถมีบทบาทหน้าที่ที่หลากหลายในอุตสาหกรรมภาพยนตร์อาเซียนได้หรือไม่ แล้วอุตสาหกรรมภาพยนตร์มีพื้นที่พอที่จะสนับสนุนได้อย่างไร? ในการเสวนาหัวข้อ The Female Cinematogrpaher's Eye เราได้เชิญผู้กำกับภาพหญิงมาเล่าถึงประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ตั้งแต่การถ่ายภาพยนตร์เล่าเรื่อง ภาพยนตร์สารคดี รวมไปถึงอุตสาหกรรมโฆษณา พื้นที่ซึ่งหลายคนยังมองว่าเป็นบริเวณที่มีไว้เพื่อรองรับผู้ชายเท่านั้น

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม เวลา 14:00 - 16:00 น.

ห้องประชุมใหญ่

ดำเนินกิจกรรมเป็นภาษาอังกฤษพร้อมการแปลภาษาไทย

PANELISTS

Chananun Chotrungroj

Anggi Frisca

Marcia Ong

Chananun CHOTRUNGROJ

— เป็นผู้กำกับภาพและศิลปินชาวไทย พำนักอยู่ทั้งที่กรุงเทพและนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา เธอศึกษาระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัย NYU ต่อมาเธอได้รับรางวัล Nestor Almendros สาขาผู้กำกับภาพหญิงยอดเยี่ยมในปี พ.ศ. 2556 และ 2558 โดยผลงานที่เธอมีส่วนร่วมในการกำกับภาพและเป็นที่พูดถึง ได้แก่ The Third Wife กำกับโดย Ash Mayfair, Pop Aye กำกับโดย Kirsten Tan, Motel Mist กำกับโดย ปราบดา หยุ่น และ สาวคาราโอเกะ Karaoke Girl กำกับโดย วิศรา วิจิตรวาทการ และล่าสุดเธอได้รับรางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง Don't Come Back from the Moon กำกับโดย Bruce Thierry Cheung

Anggi FRISCA

— จบการศึกษาด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์จาก Jakarta Art Institute ในปี พ.ศ. 2550 เธอเริ่มเส้นทางอาชีพด้วยการเป็นผู้ช่วยกล้องในภาพยนตร์เรื่อง Nagabonar Jadi 2 ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2555 เธอได้มีโอกาสทำงานเป็นผู้กำกับภาพในภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกชื่อ Tanah Surga Katanya ซึ่งทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสาขา Best Cinematography ในงานประกาศรางวัล National Citra Award ในปี พ.ศ. 2560 ภาพยนตร์เรื่อง Night Bus ที่เธอถ่ายได้รับรางวัล Best Film ในงานประกาศรางวัล National Citra Awards การปีนเขาคืองานอดิเรกของเธอ และหวังว่าในสักวันเธอได้จะได้ลองสวมบทบาทเป็นช่างภาพสายผจญภัยดูบ้าง

Marcia ONG

— นักทำหนังและผู้กำกับภาพหญิงจากสิงค์โปร์ เธอจบการศึกษาปริญญาโทด้านภาพยนตร์จาก San Francisco State University หลังจากนั้น Marcia ได้กลับมาเป็นอาจารย์สอนวิชา Video Art ที่ Lasalle College of the Arts ประเทศสิงคโปร์ เธอได้ทำงานเป็นผู้กำกับภาพให้กับภาพยนตร์หลากหลายประเภท ทั้งภาพยนตร์สารคดีอย่างเรื่อง Ten Eleven O Two รวมถึงรายการอาหารและท่องเที่ยวอย่าง Street To Kitchen Asia ส่วนในฐานะผู้กำกับ ภาพยนตร์สั้นเรื่อง Kristy ได้ถูกฉายในนานาเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ และได้รับรางวัลมากมาย

FROM SHORTS TO FIRST FEATURES

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นักศึกษาหรือนักทำหนังรุ่นใหม่จะก้าวกระโดดจากการทำภาพยนตร์สั้นไปสู่การผลิตภาพยนตร์ขนาดยาว ในการสัมมนาหัวข้อ From Shorts to First Features เราได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านมาเล่าถึงประสบการณ์การเป็นผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ ร่วมถึงการก้าวข้ามจากสถานะนักศึกษาที่ทำงานและสั่งสมประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัยสู่การเป็นมืออาชีพที่ทำงานในแวดวงอุตสาหกรรมภาพยนตร์อาเซียน

วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม เวลา 14:00 - 16:00 น.

ห้องประชุมใหญ่

ดำเนินกิจกรรมเป็นภาษาอังกฤษพร้อมการแปลภาษาไทย

PANELISTS

Davy CHOU

LAI Weijie

Monster JIMENEZ

Davy CHOU

— เป็นคนทำหนังฝรั่งเศส-กัมพูชารุ่นใหม่ Golden Slumbers ภาพยนตร์สารคดีเรื่องแรกของเขา ว่าด้วยการถือกำเนิดของภาพยนตร์กัมพูชาในช่วงปี 60 และถูกทำลายล้างในช่วงยุคเขมรแดงเมื่อปี พ.ศ. 2518 ต่อมาภาพยนตร์สั้นของเขาชื่อ Cambodia 2099 ได้รับการคัดเลือกให้ฉายในโปรแกรม Directors’ Fortnight ในปี พ.ศ. 2557 ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของเขาชื่อ Diamond Island ฉายในงาน La Semaine de la Critique ภายใต้เทศกาลภาพยนตร์นานานาชาติเมืองคานส์เมื่อปี พ.ศ. 2559 รวมถึงเทศกาลนานาชาติอื่นๆ ได้รับการตอบรับและรางวัลจำนวนมาก

LAI Weijie

— เป็นผู้อำนวยการสร้างชาวสิงคโปร์ ผลงานที่โดดเด่นของเขาได้แก่การอำนวยการสร้าง Pop Aye ซึ่งภาพยนตร์เรื่องแรกของ Kirsten Tan นอกเหนือจากการผลิตภาพยนตร์ Weijie ยังมีบทบาทในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติสิงคโปร์ในฐานะ Senior Program Manager ผู้ที่ร่วมคัดเลือกโปรแกรมประกวดภาพยนตร์อาเซียน และเป็นผู้เริ่มต้นพัฒนาโปรเจคท์ the Southeast Asian Film Lab, โปรแกรม the Youth Jury & Critics และ Southeast Asian Producer’s Network ปัจจุบัน Weijia อำนวยการสร้าง Taste ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของ Lê Bảo ผู้กำกับชาวเวียดนามที่กำลังเป็นที่น่าจับตามองอีกคน

Monster JIMENEZ

— นักทำหนังและนักเขียนทั้งสำนักข่าว โทรทัศน์ รวมถึงภาพยนตร์ ในปี พ.ศ. 2548 เธอเขียนและอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Big Time กำกับโดย Mario Cornejo ซึ่งได้รับรางวัลจากเทศกาล Cinemalaya ครั้งที่ 1 ในปี พ.ศ. 2558 Monster ได้อำนวยการสร้าง Apocalypse Child และอีกครั้งที่กำกับโดย Mario Cornejo ซึ่งได้รับรางวัลนานาชาติมากมาย ในปี พ.ศ. 2553 ภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ Kano: An American and His Hare ก็ได้รับรางวัล First Appearance Category จากเทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติอัมสเตอดัม

EN TH